วัดโพธิ์บางคล้า



วัดโพธิ์บางคล้า เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย ตั้งอยู่ในอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ชมความมหัศจรรย์ที่ถือเป็นสถานที่ unseen มีค้างคาวแม่ไก่นับแสนตัว เกาะห้อยหัวนอนกันอยู่ตามกิ่งไม้ภายในวัด เห็นกันได้อย่างใกล้ชิดในเวลากลางวัน จากนั้นแวะกราบสักการะพระพุทธไสยาสน์ อายุกว่า 200 ปี เพื่อความเป็นสิริมงคล และชมวิหารเก่าสมัยปลายอยุธยา

วัดโพธิ์-บางคล้า อยู่ในอำเภอบางคล้า ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทราประมาณ 23 กิโลเมตร การเดินทางไม่ยุ่งยากเลย ตรงมาตามทางหลวงหมายเลข 304 (ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) จนถึงแยกเข้าตัวอำเภอบางคล้า เลี้ยวเข้าไปถึงตัวอำเภอ แล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกไม่กี่ร้อยเมตรก็ถึง วัดอยู่ไม่ไกลจากตลาดน้ำบางคล้าด้วย

วัดโพธิ์-บางคล้า มีพื้นที่ประมาณ 31 ไร่ บริเวณวัดปกคลุมด้วยต้นไม้ร่มครึ้มมีความร่มรื่น เป็นธรรมชาติมาก มีต้นไม้สูงใหญ่นานาชนิด พื้นที่วัดได้ถูกจัดแบ่งเป็นส่วนๆ โบสถ์ด้านหน้า มีรั้วกั้นล้อมรอบ อยู่ติดกับถนนเส้นหลักที่ตรงเข้าสู่ตัวอำเภอ (ถนนระเบียบกิจอนุสรณ์) ด้านข้างโบสถ์เป็นที่ให้พ่อค้าแม่ค้าขายอาหารและสินค้าต่างๆ รวมถึงเป็นลานจอดรถที่มีบริเวณกว้าง และส่วนในสุด หรือพื้นที่บริเวณที่ติดกับแม่น้ำ เป็นบริเวณที่มีต้นไม้เยอะมาก และตามต้นไม้ต่างๆ มีค้างคาวเกาะกันอยู่เป็นจำนวนมากด้วย

วัดโพธิ์บางคล้าไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นมาในสมัยใด แต่สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ราวปี พ.ศ. 2309 คราวพระเจ้าตากสินนำกองกำลังตีฝ่าวงล้อมกองทัพพม่าออกจากกรุงศรีอยุธยา และได้สู้รบกับกองกำลังพม่าครั้งสุดท้ายที่ปากน้ำโจ้โล้ (ห่างจากวัดไปประมาณ 1 กิโลเมตร) ก่อนเดินทัพไปเมืองจันทบูร สันนิษฐานว่าอาจได้แวะมาพักทัพที่วัดแห่งนี้ก่อนด้วย

ลักษณะอาคารดั้งเดิมภายในวัด ได้รับคำบอกเล่าจากพระครูโพธิคุณวัฒน์ และผู้เฒ่าผู้แก่ในระแวกนั้น เล่ากันว่า เดิมเคยมีกุฏิไม้ ใต้ถุนสูงหลังคามุงจากตั้งอยู่ใกล้ต้นโพธิ์ริมแม่น้ำบางปะกง มีโบสถ์คล้ายเก๋งจีน หลังคาซ้อน 2 ชั้น มุงกระเบื้องกาบกล้วย มีช่อฟ้าเป็นรูปหัวมังกร ผนังก่ออิฐฉาบปูนขาวผสมน้ำอ้อย และมีวิหารทรงจตุรมุขศิลปะแบบอยุธยาตอนปลาย หลังคามุงด้วยกระเบื้องเกล็ดเต่า ซึ่งปัจจุบันทั้งกุฏิและโบสถ์เก่า ได้ถูกรื้อถอนไปหมดแล้ว เหลือเพียงวิหารเก่าที่ยังคงบูรณะให้คงไว้

วัดโพธิ์บางคล้าในปัจจุบัน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2495 และประกอบพิธีผูกพัทธสีมา ฝังลูกนิมิตเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500

ชมค้างคาวแม่ไก่รอบวัด
สิ่งที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ที่มาเที่ยววัดโพธิ์บางคล้า สิ่งแรกที่จะได้เจอเลย คือ "ค้างคาวแม่ไก่*" ที่อาศัยอยู่ภายในบริเวณวัดอย่างเป็นธรรมชาติ โดยมักจะเกาะกันเป็นกลุ่ม ตามกิ่งต้นโพธิ์ ค้างคาวเหล่านี้มีความผูกพันธ์ และอยู่ที่วัดมาเป็นเวลานานแล้ว และไม่เคยไปทำความเสียหาย กินผลไม้ของชาวบ้านที่ปลูกไว้เลย เรื่องแปลกก็คือ เล่ากันว่า ในปี พ.ศ.2500 ทางวัดได้จัดงานฝังลูกนิมิตเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ในช่วงเวลานั้นค้างคาวเหล่านี้ก็จะบินไปอาศัยอยู่ที่อื่น โดยไม่ทำความรำคาญ หรือรบกวนผู้มาทำบุญ พอหมดงานบุญแล้วจึงกลับมาอาศัยอยู่ภายในวัดเช่นเดิม

อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านหลายคนประหลาดใจคือ ในวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2509 พระครูสุตาลงกต (ต่วน แพน้อย) อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิ์​มรณภาพลง ค้างคาวภายในวัดบางส่วนได้ตกลงมาตาย และค้างคาวส่วนใหญ่จะไม่ออกไปหากินเป็นเวลาหลายวัน  

* ค้างคาวแม่ไก่ (Flying Foxes) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Pteropus vampyrus (ค้างคาวแม่ไก่ป่าฝน) เป็นค้างคาวสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่บินได้ หน้าตาคล้ายสุนัขจิ้งจอก มีจมูกและใบหูเล็ก ปลายหูชี้แหลม ตาโตแดง ขนสีน้ำตาลแกมแดง ยาวฟูดูปุกปุย ปีกเป็นพังผืดบางๆ สีดำ เชื่อมติดระหว่างนิ้ว มีเล็บโค้งแหลมคม คล้ายตะขอ สำหรับเกาะกิ่งไม้ บินได้เหมือนนก ตัวโตเต็มที่มีน้ำหนักประมาณ 800 กรัม กางปีกกว้างประมาณ 3 ฟุต ออกลูกครั้งละ 1 ตัว เวลากลางวันจะนอนตามไม้ใหญ่ ห้อยหัวลง โดยใช้เท้า 2 ข้างเกี่ยวกิ่งไม้ไว้ แล้วโอบปีกทั้งสองข้างมาห่มคลุมตัว เวลาบินจะกางปีกออก เห็นกระดูกส่วนที่เป็นเหมือนนิ้วตะขอโผล่ยื่นออกมาจากปีกตอนบน ค้างคาวจะนอนเพื่อเก็บสะสมพลังงานในช่วงกลางวัน และจะออกหากินช่วงพลบค่ำ กลับมาเวลาใกล้รุ่งสาง อาหารที่ชอบได้แก่ ผล และใบอ่อนของต้นโพธิ์ ไทร มะม่วง มะขาม นุ่น ฝรั่ง ฯลฯ​ โดยจะเคี้ยวกลืน กินแต่น้ำแล้วคายกากทิ้ง และถ่ายมูลเป็นของเหลว

ค้างคาวแม่ไก่ในประเทศไทย ปัจจุบันถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 ในประเทศไทยมี 3 ชนิด คือ ค้างคาวแม่ไก่ป่าฝน ค้างคาวแม่ไก่เกาะ และค้างคาวแม่ไก่ภาคกลาง มักพบได้ในเขตภาคกลางตอนใน และภาคตะวันออก เป็นค้างคาวที่ไม่ได้อยู่ในถ้ำเหมือนค้างคาวทั่วๆ ไป แต่จะอยู่ตามบริเวณวัด หรือที่รกร้างว่างเปล่า เช่นที่วัดโพธิ์บางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา วัดตาลเอน จังหวัดอยุธยา วัดหลวงพรหมวาส จังหวัดชลบุรี วัดบางกระเบา จังหวัดปราจีนบุรี เป็นต้น

ข้อแนะนำ
- ไม่ควรกระทำสิ่งที่เป็นการรบกวนค้างคาวแม่ไก่ เช่นทำเสียงดัง เขย่าต้นไม้ ใช้ไม้เขี่ยค้างค้าว ปาสิ่งของใส่ค้างคาว หรือให้อาหารแก่ค้างคาว
- ไม่ควรจับตัวค้างคาว เพราะอาจโดนค้างคาวกัดได้  

วิหารเก่า
วิหารเก่า ตั้งอยู่ติดกับถนน ริมกำแพงรั้วตรงประตูทางออกจากวัด มีศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชตั้งอยู่ตรงข้ามกัน วิหารหลังนี้เป็นเป็นวิหารขนาดเล็ก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2310-2315 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นศิลปะอยุธยาผสมกับรัตนโกสินทร์ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ซึ่งเรียกกันว่า "หลวงพ่อโต"  

ลักษณะของวิหาร ก่ออิฐถือปูนทรงจตุรมุข หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาเกล็ดเต่า ประดับช่อฟ้าใบระกา หน้าบันไม่มีลวดลาย มีประตูทางเข้า 2 ด้าน คือด้านทิศเหนือ และทิศตะวันตก (ประตูทางเข้าวิหารจะอยู่ด้านหลัง หันหลังให้ถนนในวัด เวลาจะเดินเข้าจะต้องเดินอ้อมไปเข้าทางฝั่งด้านใน) พื้นรอบนอกวิหารเป็นศิลาแลง มีบันไดแบบเรียบๆ รอบอาคาร เดิมวิหารนี้เคยมีระเบียงคดล้อมรอบ และภายในระเบียงคดนั้น เดิมมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย 9 องค์ ประดิษฐานอยู่โดยรอบ (ปัจจุบันไม่มีแล้ว) ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม

วิหารหลังนี้ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ในปี พ.ศ.2485 โดยซ่อมเปลี่ยนหลังคาเป็นกระเบื้องเกล็ดเต่าสีเขียว ประดับด้วยช่อฟ้ารูปหัวพญานาค และใบระกา หน้าบันทางทิศตะวันตกปั้นเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ประดับด้วยลายเครือเถา หน้าบันด้านทิศเหนือปั้นเป็นรูปดอกบัว 5 ดอก ประดับแจกัน ต่อมาหลังคาพังลงมา ทำให้พญานาคและใบระกาชำรุดเสียหาย

ในปี พ.ศ.2541 ชาวอำเภอบางคล้าจึงร่วมกันบริจาคทุนทรัพย์ เป็นเงิน 350,000 บาท บูรณะปฏิสังขรณ์วิหารในส่วนของโครงสร้างหลังคา โดยคงรูปแบบเดิมไว้ และได้ตั้งเสาขึ้น 8 ต้น เพื่อเสริมความแข็งแรงของหลังคาทั้งสี่ด้าน พื้นรอบวิหารปูด้วยศิลาแลง ผนังภายในก่ออิฐฉาบปูน และเปลี่ยนเพดานใหม่ พร้อมติดตั้งโคมไฟ ปูพื้นด้วยหินอ่อน

ศาลาพระพุทธรูปองค์สำคัญๆ
เป็นศาลาแบบเปิดโล่ง ตั้งอยู่ไม่ไกลจากวิหารเก่า ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปมากมาย เช่น รูปหล่อพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง พระสิวลี และที่เห็นแปลกกว่าที่อื่นๆ คือ พระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกรกิริยา และพระพุทธรูปที่ทำเป็นพระเบญจภาคีทั้ง 5 (จำลองขึ้นจากพระเครื่อง) จุดนี้สามารถเข้าไปกราบจุดธูปเทียน กราบสักการะ และปิดทองที่องค์พระได้

เบญจภาคี เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักเล่นพระเครื่อง ซึ่งหมายถึงพระเครื่ององค์เล็กๆ ที่คนนำมาห้อยคอ 5 องค์ ที่เป็นสุดยอดพระเครื่องที่คนนับถือบูชากันมาก นำมาจัดเข้าชุดกัน ซึ่งพระ 5 องค์นี้ ได้แก่ พระสมเด็จวัดระฆัง พระนางพญา พระกำแพงซุ้มกอ(พระกำแพง) พระผงสุพรรณ และพระรอด

สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด
- ชมค้างคาวแม่ไก่รอบๆ วัด
- กราบพระพุทธไสยาสน์ หลวงพ่อโต
- ชมวิหารเก่าแก่ อายุกว่า 200 ปี
- ศาลารวมพระพุทธรูปสำคัญๆ
- ศาลาเจ้าแม่กวนอิม (อยู่บริเวณท่าน้ำ)
- ศาลาพระพิฆเนศ (อยู่บริเวณท่าน้ำ)

การเดินทาง
ห่างจากตลาดน้ำบางคล้า 1 กิโลเมตร
ห่างจากสถูปเจดีย์ พระเจ้าตากสินมหาราช 2.5 กิโลเมตร
ห่างจากวัดปากน้ำโจ้โล้ 3 กิโลเมตร
ห่างจากสวนปาล์มฟาร์มนก 10 กิโลเมตร
ห่างจากวัดสมานรัตนาราม 19 กิโลเมตร
ห่างจากวัดหลวงพ่อโสธร 27 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 1 มอเตอร์เวย์ (หรือบางนา-ตราด) -> บางปะกง-ฉะเชิงเทรา (314) -> ฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม (365) -> ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี (304) -> อ.บางคล้า

1 หากใช้เส้นทางจากมอเตอร์เวย์ (หรือบางนา-ตราด) ให้เลี้ยวตามป้ายจังหวัดฉะเชิงเทรา (314)
2 ตรงตามเส้นทางมาเรื่อยๆ จนกระทั่ง เห็นป้ายบอกทางเลี้ยวขวาไป อ.พนมสารคาม (365 หรือ 314 เดิม) จึงเลี้ยวขวาตามป้ายไปพนมสารคาม
3 เมื่อเลี้ยวขวามาแล้ว เส้นทางจะเปลี่ยนไปเป็นเส้น 304 (ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) ให้ตรงตามเส้นทางนี้ไปอีกราวๆ เกือบ 20 กิโลเมตร (ตามป้ายทางไปกบินทร์บุรี)
4 จากนั้นจะเห็นป้ายบอกทางแยกซ้ายไป อ.บางคล้า (ตรงแยกบางคล้า) จึงเลี้ยวซ้าย
5 เมื่อเลี้ยวแล้ว ตรงตามเส้นทางหลักไปเรื่อยๆ อีก 6 กิโลเมตร (จะผ่านอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช)​ แล้วจะสุดตรงสามแยกรูปตัวที (T) จึงเลี้ยวซ้าย
6 เลี้ยวซ้ายไปเพียง 500 เมตร พ้นรั้วโรงเรียนสุตะบำรุงพิทยาคารไปหน่อยนึง ก็เลี้ยวขวาเข้าไปในบริเวณลานจอดรถของวัดได้เลย
7 หากจะชมบรรยากาศวัด กราบสักการะพระ หรือชมวิหารเก่าให้เดินผ่านรั้ววัดทางขวามือไป จะเห็นค้างคาวแม่ไก่ตั้งแต่ต้นไม้ตรงลานจอดรถ ไปจนถึงในบริเวณวัด และริมท่าน้ำ

 

เส้นทางที่ 2 ถนนสุวินทวงศ์​ (มีนบุรี) -> ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี (314) -> ฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม (365) -> ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี (304) -> อ.บางคล้า

1 หากใช้เส้นทางจากถนนสุวินทวงศ์​ (มีนบุรี) ตรงมาทางจังหวัดฉะเชิงเทรา
2 เมื่อเข้าเขตฉะเชิงเทรา เส้นทางจะขึ้นบนสะพานข้ามทางรถไฟ และมีป้ายบอกทางตรงไปชลบุรี (314) ให้ตรงไปก่อนเพื่อเลี่ยงเมือง (ไม่เลี้ยวเข้าตัวเมืองฉะเชิงเทรา)
3 ตรงมาสักพัก จะเจอทางแยก มีป้ายบอกทางเลี้ยวซ้ายไป อ.พนมสารคาม (365 หรือ 314 เดิม) จึงเลี้ยวซ้ายตามป้าย
4 เมื่อเลี้ยวแล้ว เส้นทางจะเปลี่ยนไปเป็นเส้น 304 (ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) จากนั้นตรงไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตร (ตามป้ายกบินทร์บุรี)
5 จากนั้นจะเห็นป้ายบอกทางแยกซ้ายไป อ.บางคล้า (ตรงแยกบางคล้า) จึงเลี้ยวซ้าย
6 เมื่อเลี้ยวแล้ว ตรงตามเส้นทางหลักไปเรื่อยๆ อีก 6 กิโลเมตร (จะผ่านอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช)​ แล้วจะสุดตรงสามแยกรูปตัวที (T) จึงเลี้ยวซ้าย
7 เลี้ยวซ้ายไปเพียง 500 เมตร พ้นรั้วโรงเรียนสุตะบำรุงพิทยาคารไปหน่อยนึง ก็เลี้ยวขวาเข้าบริเวณลานจอดรถวัด

 

หากเดินทางจากวัดหลวงพ่อโสธร ไปอำเภอบางคล้า

1 เมื่อออกจากวัดแล้วให้เลี้ยวซ้าย แล้วตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตรกว่าๆ จะเห็นมีป้ายบอกทางเลี้ยวซ้าย ไป อ.บางคล้า
2 ให้เลี้ยวตามป้าย เส้นทางจะไปบรรจบกับเส้น 304 (ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี)
3 จากนั้นให้ตรงไปจนถึงแยกเข้า อ.บางคล้า เลี้ยวซ้ายเข้าไปอำเภอบางคล้า พอถึงตัวอำเภอก็เลี้ยวซ้ายไปอีกไม่ไกล วัดโพธิ์บางคล้าอยู่ทางขวามือ

 

หากเดินทางจากวัดสมานรัตนาราม ต้องการไปวัดโพธิ์บางคล้า

1 เมื่อออกจากซุ้มประตูวัดสมาน ให้เลี้ยวขวา จากนั้นจะมีป้ายบอกทางไปอำเภอบางคล้า เส้นนี้จะใช้ระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร

ที่อยู่ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา
โทร (ไม่มีข้อมูล)

ข้อมูลจากแหล่งอื่น และ รีวิว :
Image
Gallery

แผนที่

แสดงร้านอาหารใกล้เคียง
สถานที่เที่ยวใกล้เคียง
ห่างออกไป ประมาณ: 1 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ตลาดน้ำบางคล้า เป็นตลาดที่มีชื่อเสียง และถือเป็นหน้าตาให้กับอำเภอบางคล้า เป็นแหล่งรวมของกินของฝากสำหรับนักท่องเที่ยว เปิดให้เดินเล่นริมแม่น้ำบางปะกง ช้อปของกิน และของดีของบางคล้าทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ และวันหยุดนักขัตฤกกษ์​ เป็นที่เที่ยวพักผ่อน ได้ทั้งเดินเล่นชมวิว ซื้อหาของกินอร่อยๆ นั่งกินกันริมแม่นำ้ อิ่มแล้วจะล่องเรือชมวิถีชีวิต ธรรมชาติริมแม่น้
ห่างออกไป ประมาณ: 2.3 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
อนุสรณ์สถานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในอำเภอบางคล้า ที่พระเจ้าตากสินมหาราชทรงกอบกู้อิสรภาพให้กลับคืนมาอีกครั้ง แวะเคารพสักการะ และรำลึกถึงคุณความดีสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ ปากน้ำโจ้โล้ สถูปเจดีย์อยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอบางคล้า ใกล้ถนนสายหลัก แวะได้สะดวก
ห่างออกไป ประมาณ: 2.5 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
วัดปากน้ำโจ้โล้ ก็คือ "วัดปากน้ำ" ที่อยู่ในบริเวณปากน้ำโจ้โล้ จึงมักจะถูกเรียกรวมกับชื่อสถานที่ตั้ง กลายเป็น "วัดปากน้ำโจ้โล้" เป็นวัดที่มีชื่อเสียงเรื่องของความสวยงามของโบสถ์สีทองหนึ่งเดียวในไทย โบสถ์สีเหลืองเปล่งประกายทองอร่ามทั้งหลัง เป็นความวิจิตรบรรจงของช่างศิลป์ ที่วาดวางลวดลายอ่อนช้อยแบบไทยๆ ตกแต่งประดับประดาไว้ได้อย่างงดงาม นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังมีจุดให้ลอดใต้ฐานพระประธาน เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย
ห่างออกไป ประมาณ: 2.7 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
หมู่บ้านน้ำตาลสด เป็นจุดจำหน่ายน้ำตาลสดพร้อมดื่มในภาคตะวันออก และยังเป็นเหมือนศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านการทำน้ำตาลสด ที่นับวันจะหาคนทำยากขึ้นเรื่อยๆ ได้เรียนรู้การทำน้ำตาลปึก รวมถึงได้พูดคุยใกล้ชิดกับคนที่มีอาชีพปาดตาล ทำน้ำตาล และยังเป็นจุดแวะซื้อ แวะชิมของดีของบางคล้า น้ำตาลสดหวานหอม เย็นชื่นใจ ไร้สารปรุงแต่ง
ห่างออกไป ประมาณ: 3.4 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
เทวสถานอุทยานพระพิฆเนศ เป็นสถานที่ประดิษฐานองค์พระพิฆเนศองค์ยืนเนื้อโลหะสำริดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นปางสำริด สำเร็จ สมปรารถนา เป็นอนุสรณ์แห่งความศรัทธา การร่วมแรงร่วมใจของชาวแปดริ้ว องค์พระพิฆเนศหล่อด้วยโลหะสำริดทั้งองค์ ดูใหญ่โต สง่างาม แวะกราบสักการะบูชาองค์เทพ เพื่อความเป็นสิริมงคล และความสำเร็จ (ไม่เสียค่าเข้าชม)​ เทวสถานแห่งนี้อยู่จากตัวอำเภอบางคล้าไม่ถึง 10 กิโลเมตร
ห่างออกไป ประมาณ: 4.1 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
คุ้มวิมานดิน ตั้งอยู่ในอำเภอคลองเขื่อน เป็นสถานที่พักผ่อนในรูปแบบการเรียนรู้ เป็นการปั้นฝัน ให้เป็นรูปร่างด้วยมือของตัวเอง ได้ภาคภูมิใจกับงานปั้นดิน สร้างงานศิลป์ที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกที่เป็นผลงานของเราเอง เป็นสถานที่ที่เหมาะกับวันหยุดในครอบครัว ได้พาเด็กๆ มาเรียนรู้การใช้ทักษะกล้ามเนื้อ และจินตนาการ
ห่างออกไป ประมาณ: 5.6 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
สวนปาล์มฟาร์มนก อยู่ในอำเภอคลองเขื่อน เป็นสวนนกแก้วที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชมนกแก้วสวยงามจากต่างประเทศได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงนกอื่นๆที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ ราชาแห่งนกแก้ว "ไฮยาซิน" นกแก้วพันธุ์ที่หายาก และราคาแพงที่สุด เป็นพันธุ์ที่คนรักนกต่างอยากได้ ชมความฉลาดแสนรู้ แสนเชื่อง ที่มีเสน่ห์น่ารัก น่าเลี้ยงไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงอื่นๆ เรียนรู้กระบวนการเพาะพันธุ์นก
ห่างออกไป ประมาณ: 7.1 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
วัดสมานรัตนาราม เป็นวัดที่มีองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีผู้คนแวะมากราบสักการะกันมากมาย ภายในวัดยังมีรูปเคารพในรูปแบบความเชื่ออื่นๆ อีกมากมาย เช่นพระพุทธรูป รูปปั้นองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม พระพรหม พระนารายณ์ พระราหู และมีหลากหลายรูปแบบการทำบุญ จึงเป็นอีกวัดนึงที่มีผู้คนมาเที่ยวชมกันมาก
ห่างออกไป ประมาณ: 9.5 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
วัดหัวสวน วัดที่มีโบสถ์เป็นสแตนเลสทั้งหลัง หนึ่งในสถานที่ unseen ในเขตอำเภอบางคล้า แวะชมความงดงามของโบสถ์สแตนเลสที่สะท้อนกับแสงอาทิตย์งามตา กราบองค์พระประธาน พระพุทธมหาลาภ ปางทรงเครื่องกษัตริย์ที่ประดับด้วยหินสี อัญมณีแวววับ ส่องประกายเล่นแสงไฟภายในโบสถ์ ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังสีสด ด้วยเทคนิคสไตล์แอร์บรัช วัดหัวสวนตั้งอยู่ใกล้ถนนสายหลัก ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี
ร้านอาหารใกล้เคียง
ห่างออกไป ประมาณ: 0.5 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ร้านเถ้าแก่ชื้อ ร้านดังเก่าแก่ในอำเภอบางคล้า ที่ผ่านการสืบทอดมา 3 ชั่วอายุคน รสชาติอาหารอร่อยตามสูตรต้นตำรับในสไตล์อาหารจีน​ ที่ตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น มีชื่อเสียงบอกต่อกันไปกว้างขวาง ร้านหาง่าย อยู่ริมถนนเส้นหลักที่เข้าสู่ตัวอำเภอบางคล้า ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง แวะได้สะดวก
ห่างออกไป ประมาณ: 1 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ร้านกินลมชมน้ำ หนึ่งในร้านอาหารบรรยากาศดีของอำเภอบางคล้า ร้านติดริมน้ำ บรรยากาศดี นั่งกินลมสบายๆ ชมแม่น้ำบางปะกง และเกาะลัด ร้านอยู่ห่างจากวัดโพธิ์บางคล้าไปไม่ไกล เส้นทางอาจดูเข้าถนนสายในเงียบเหงาไปหน่อย แต่รับรองความสวยงาม ประทับใจ กับสถานที่ที่จัดแต่งได้เรียบร้อยเหมาะกับการต้อนรับแขก พักผ่อนกับครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน
ห่างออกไป ประมาณ: 1.4 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
บ้าน-น้ำ-จันทร์ เป็นร้านบรรยากาศร่มรื่นริมแม่น้ำ อยู่ในอำเภอบางคล้า เหมาะกับการพักผ่อน นั่งสบายๆ ชมแม่น้ำ ใช้ชีวิตสไตล์สโลว์ไลฟ์ ช่วงค่ำถือเป็นไฮไลท์ ร้านประดับโคมไฟ ได้บรรยากาศโรแมนติก ร้านตั้งอยู่ไม่ไกลจากตลาดน้ำบางคล้า หาไม่ยาก เดินทางได้สะดวก เข้าซอยไปไม่ลึก และยังอยู่ไม่ไกลจากเที่ยวที่ต่างๆ อีกด้วย
ห่างออกไป ประมาณ: 2.2 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ร้านร่มไม้ สายธาร เป็นร้านอาหารริมน้ำ หนึ่งในร้านดังของบางคล้า เพราะมีบรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น เหมาะกับการมากับครอบครัว กลุ่มเพื่อนฝูง นั่งได้เรื่อยๆ สบายๆ ได้พักผ่อนแบบไม่รีบร้อน บริเวณร้าน มีสวนและต้นไม้ ให้ร่มเงา สบายตา ทำให้ตอนกลางวันรู้สึกไม่ค่อยร้อนมาก ตอนเย็นอากาศดี บริเวณร้านมีสนามเด็กเล่นเป็นไม้ ให้เด็กๆ ได้ปีนป่าย อาหารราคาไม่แพง ร้านหาง่าย อยู่ในบริเวณเดียวกันกับ อนุสรณ์สถานพระสถูปเจดีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
Tourism Authority of Thailand    Amazing Thailand     Pattaya Concierge     ChonHub     Kanchanaburi dot Co
Copyright © 2016 - 2020 | Ceediz.Com Contact: info@ceediz.com, info.ceediz@gmail.com