ป้อมไพรีพินาศ จันทบุรี



ป้อมไพรีพินาศ ถือเป็นสถานที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ที่มีมาตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ เชื่อมโยงมาถึงช่วงที่จันทบุรีได้รับอิสรภาพจากฝรั่งเศส หลังจากที่ถูกยึดไว้เป็นเมืองตัวประกันนานถึง 11 ปี สามารถแวะชมสถานที่จริงของป้อมปืนเมื่อ 120 กว่าปีก่อน และร่วมมองผ่านอดีตเมืองจันทบุรี ณ เจดีย์อิสรภาพ รวมถึงสามารถแวะจุดชมวิว และชมอ่าวกระทิงในบริเวณใกล้กัน

ป้อมไพรีพินาศ ตั้งอยู่บนเขาแหลมสิงห์ หมู่ 1 ตำบลบางกะไชย อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี หากใช้เส้นทางเฉลิมบูรพาชลทิศ ก็จะผ่านทางขึ้นเขาแหลมสิงห์

ป้อมไพรีพินาศ เป็นป้อมปืนที่สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ในปี พ.ศ.2377 เนื่องจากขณะนั้นสยามประเทศเพิ่งผ่านพ้นช่วงเกิดเหตุกรณีพิพาทกับญวน* พระองค์ทรงเกรงว่าเมืองจันทบุรีอาจไม่ปลอดภัยจากญวน ที่อาจเข้าโจมตีมาทางฝั่งทะเลตะวันออก จึงรับสั่งให้เมืองจันทบุรี เตรียมการตั้งรับศึกญวน โปรดฯ ให้สร้างค่ายเนินวงขึ้นที่บ้านเนินวง ตำบลบางกะจะ และทรงรับสั่งให้พระยาอภัยพิพิธ (กระต่าย บุญนาค) เป็นแม่กอง ดูแลการสร้างป้อมปืนขึ้น 2 ป้อม ในบริเวณแหลมสิงห์ เพื่อให้เห็นข้าศึกที่จะเข้ามาทางทะเลได้ชัดเจน ปัอมทั้ง 2 นี้ได้แก่

1. ป้อมไพรีพินาศ
สร้างขึ้นบริเวณปากแม่น้ำ อยู่บนเขาแหลมสิงห์ ซึ่งเป็นเขาขนาดเล็ก ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 172 เมตร บริเวณหินชายฝั่ง ที่มีลักษณะคล้ายกับสิงโตหมอบ (จึงเรียกว่า "แหลมสิงห์") บนเขาแหลมสิงห์เป็นทำเลที่เหมาะกับการตั้งป้อมปืน สามารถมองเห็นข้าศึกที่เข้ามาทางทะเลได้แต่ไกล

ป้อมไพรีพินาศ มี 3 ชั้น คือชั้นบน ชั้นกลาง และชั้นล่าง มีการก่อสร้างลักษณะเป็นปีกกา โดยใช้การถมดินเป็นใบเสมาป้อมอันใหญ่ เรียงติดต่อกันไปเหมือนปีกกา โอบเขาทั้งสอง ตัวป้อมเป็นแบบก่ออิฐถือปูน กว้าง 3 เมตร ยาว 5 เมตร ผนังหนา 60 เซ็นติเมตร ใกล้กันมีคลังกระสุนดินดำ ก่อด้วยปูน ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 2.8 เมตร

ปัจจุบันบริเวณป้อมปืนได้มีการปรับภูมิทัศน์ มีกระบอกปืนใหญ่ 2 กระบอก วางให้เห็นว่าเคยเป็นจุดที่เป็นป้อมปืน และมีห้องเก็บกระสุนดินดำที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยให้เห็นอยู่

2. ป้อมพิฆาตปัจจามิตร
เดิมชื่อป้อมพิฆาฏข้าศึก สร้างขึ้นพร้อมกันกับป้อมไพรีพินาศ อยู่บริเวณปากแม่นำ้จันทบุรี ทางฝั่งตะวันออก (ฝั่งตรงข้ามกันกับป้อมไพรีพินาศ) ปัจจุบันป้อมนี้ไม่มีให้เห็นแล้ว เพราะในช่วงที่ฝรั่งเศสเข้ามายึดเมืองจันทบุรี** ได้รื้อป้อมแล้วนำอิฐมาสร้างเป็นตึกแดงทับตรงที่เคยเป็นป้อมพิฆาตปัจจามิตรนั่นเอง

เมื่อครั้งที่สร้างป้อมปืนทั้งสองขึ้น ยังไม่ได้มีชื่อเรียก จนกระทั่งในปี พ.ศ.2400 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ครั้งยังทรงผนวชเป็น พระวชิรญาณเถระ ทรงเสด็จประพาสจันทบุรี เมื่อทรงทราบว่าป้อมทั้งสองยังไม่มีชื่อ จึงพระราชทานนามให้ป้อมที่อยู่ตรงเขาแหลมสิงห์ว่า "ป้อมไพรีพินาศ" และป้อมตรงปากน้ำแหลมสิงห์ ชื่อว่า "ป้อมพิฆาฏข้าศึก"

ปัจจุบัน ยังคงเหลือเพียงป้อมไพรีพินาศ ที่ได้รับการปรับปรุงพื้นที่ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน โดยกรมศิลปากร

* ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ช่วงปี พ.ศ.2369-2371 ได้เกิดเหตุที่เรียกว่า "กบฎเจ้าอนุวงศ์" เมื่อเจ้าอนุวงศ์ผู้ครองเมืองเวียงจันทน์ (ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของลาว) ยกทัพเข้ามาตีสยาม ทางกรุงเทพฯ​ จึงส่งกองทัพไปปราบปราม จนทัพของเจ้าอนุวงศ์แตกพ่าย และหันไปขอความช่วยเหลือจากญวน จนไทยมีเหตุให้ต้องบาดหมางกับญวน

 

** ในช่วงปี พ.ศ. 2436 - 2447 ประเทศไทยตกอยู่ในวิกฤตการณ์ที่เรียกว่า "วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112" ในยุคล่าอาณานิคมจากประเทศตะวันตก อยู่ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ฝรั่งเศสได้ครอบครองเวียดนาม แล้วต้องการเรียกร้องเอาดินแดนฝั่งซ้ายของลำน้ำโขงด้วย แต่ไทยไม่ยอม ฝรั่งเศสเองก็ไม่ยอม ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงเกิดการบาดหมางบานปลาย จนฝรั่งเศสได้นำเรือรบรุกล้ำเข้ามาทางปากแม่น้ำเจ้าพระยา และเกิดสู้รบกันขึ้น จากนั้นฝรั่งเศสได้ขอทำสัญญาสงบศึกกับไทย โดยมีข้อตกลง ให้ไทยได้ยกดินแดนบางส่วนให้กับฝรั่งเศส เสียเงินค่าปรับ และในระหว่างการเซ็นสัญญา ฝรั่งเศสได้ยึดเมืองจันทบุรีได้เป็นเมืองตัวประกัน


เส้นทางขึ้นไปยังบริเวณป้อมไพรีพินาศ และจุดอื่นๆ บริเวณใกล้เคียง ยังคงเป็นเส้นทางธรรมชาติ มีต้นไม้มากมาย ร่มครึ้ม บริเวณนี้อาจยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก ห้องน้ำ ร้านค้า ร้านอาหาร อาจยังมีไม่พร้อม

 

สิ่งที่น่าสนใจบริเวณใกล้เคียง
- เจดีย์อิสรภาพ
เจดีย์เดิมเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นคู่กับหอรบ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 พร้อมกับการสร้างป้อมไพรีพินาศ เดิมจึงเรียกว่า "เจดีย์ไพรีพินาศ" จนมาถึงช่วงที่จันทบุรีเข้าสู่ยุคเหตุการณ์กรณีพิพาท ร.ศ.112 ที่มีกองทหารฝรั่งเศสเข้ามาอยู่ในจังหวัดจันทบุรีถึง 11 ปี จนเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2446 ไทยยอมตกลงเซ็นสัญญาสยาม - ฝรั่งเศส ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยไทยต้องเสียดินแดนบางส่วน และต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับฝรั่งเศส เพื่อแลกกับอิสรภาพของเมืองจันทบุรี

 

เมื่อทหารฝรั่งเศสถอนกำลังทหารออกไปหมดแล้ว มีการแต่งตั้ง พระพิพิธ ไสยสุนทรการ ที่เป็นชาวเมืองจันทบุรีโดยกำเนิด ได้ไปเป็นผู้ว่าราชการเมืองตราด ท่านได้กลับมารวบรวมชาวเมืองจันทบุรี ชาวตำบลบางกะจะ ชาวแหลมสิงห์ สร้างองค์พระเจดีย์ เพื่อเป็นการฉลองการคืนดินแดน เรียกว่า "เจดีย์ฉลองการคืนดินแดน" แต่นิยมเรียกว่า "เจดีย์อิสรภาพ" ในขณะนั้นเอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯให้พระยาศรีสหเทพ ปลัดทูลฉลองกระทรวงมหาดไทย จัดการทำพิธีฉลองการคืนดินแดนเมืองจันทบุรี ณ บริเวณศาลากลางมณฑลจันทบุรี (ศาลากลางหลังเดิม) พิธีมีการตั้งเสาธงสูง 13 วา บนกลางป้อม การแสดงมหรสพในตอนกลางคืน มีพระสงค์มาสวดเพื่อความเป็นมงคล ร่วมกันดื่มถวายพระพร

เจดีย์อิสรภาพ เป็นเจดีย์ทรงกลมแบบลังกาขนาดย่อม มีกำแพงแก้วล้อมรอบ และบันไดทางขึ้นไปยังองค์เจดีย์ สร้างอยู่ในบริเวณป้อมไพรีพินาศ เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน เฉลิมฉลองการได้ดินแดนจันทบุรีคืนมาจากฝรั่งเศส ภายหลังกรมศิลปากรได้มาทำการบูรณะซ่อมแซม โดยทำเจดีย์ใหม่ครอบ ทาสีขาวทับ และในทุกวันที่ 13 กุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการทำบุญ เลี้ยงพระ จัดงานเฉลิมฉลอง เพื่อระลึกถึงวันแห่งการได้รับอิสรภาพของจังหวัดจันทบุรี

- แหลมสิบญวน
เป็นจุดชมวิวบนเขาแหลมสิงห์ อยู่ห่างจากป้อมไพรีพินาศ ประมาร 200 เมตร เป็นจุดที่มองเห็นวิวมุมสูง สามารถมองเห็นปากแม่น้ำ และสะพานตากสินมหาราช

- ประภาคารแหลมสิงห์
ประภาคาร อยู่ห่างจากป้อมไพรีพินาศไปอีกประมาณ 400 เมตร เป็นประภาคารที่สร้างขึ้น ในสมัยรัชกาลที่ 5 ปี พ.ศ.2419 ประภาคารสูง 12 วา มีบันไดเหล็กขึ้นไปชั้นบน ตรงชั้นบน มีหลังคาเป็น 6 เหลี่ยม มีโคมไฟ ฝาชั้นนอกของโคมไฟทำด้วย กระจกบานใหญ่ รูปลักษณะ 6 เหลี่ยม ตัวโคมข้างในเป็นรูปกลม ภายในโคมแก้วมีไส้กลม 2 ชั้น เวลาจุดไฟจะต้องคอยเช็ดกระจกชั่วโมงละครั้ง เพื่อรักษาโคมไฟ สมัยก่อน ต้องจ้างชาวตะวันตกมาเป็นผู้ดูแลในแต่ละปี ซึ่งเก็บเงินจากเรือที่ผ่านไปมา ปัจจุบัน ประภาคารอยู่ในการดูแลของกรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ ได้รับการซ่อมแซม ปรับปรุงและเปลี่ยนมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์แทน

- จุดชมวิวที่สวยที่สุดในแหลมสิงห์
เป็นจุดชมวิวจากบนยอดเขาแหลมสิงห์ ห่างจากป้อมไพรีพินาศไปอีกประมาณ 400 เมตร สามารถเห็นวิวทิวทัศน์ได้ไกล ทั้งทางฝั่งทะเลอ่าวไทย และจากทางปากแม่น้ำจันทบุรี

- สิงโตหิน
ห่างจากป้อมไพรีพินาศไปอีกประมาณ 430 เมตร ถือเป็นต้นกำเนิดของชื่อ "แหลมสิงห์" เป็นจุดที่มองลงไปยังหน้าผาริมชายฝั่ง ที่มีหินลักษณะเหมือนสิงโตนอนหมอบ หันหน้าไปทางทะเล

- ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ตั้งอยู่บริเวณริมชายหาด หน้าที่ทำการ ประภาคารแหลมสิงห์ อยู่ในการดูแลของกรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ

- อ่าวกระทิง
เป็นอ่าวเล็กๆ เงียบสงบ อยู่ในความดูแลของวนอุทยานเขาแหลมสิงห์ อยู่ห่างจากบริเวณป้อมไพรีพินาศไปประมาณ 1 กิโลเมตร (สามารถขับรถเข้าไปใกล้อ่าว แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 200 เมตร) จึงจะถึงอ่าวกระทิง

การเดินทาง
ห่างจากอ่าวกระทิง 1 กิโลเมตร
ห่างจากจุดชมวิว สะพานตากสินมหาราช 1.5 กิโลเมตร
ห่างจากหาดแหลมสิงห์ 3.5 กิโลเมตร
ห่างจากคุกขี้ไก่ 3 กิโลเมตร
ห่างจากตึกแดง 3.5 กิโลเมตร
ห่างจากจุดชมวิวปากน้ำแขมหนู 15 กิโลเมตร
ห่างจากน้ำตกพลิ้ว 21 กิโลเมตร
ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี (ใช้เส้นทางสุขุมวิท) 33 กิโลเมตร

 

เส้นทางไปยังแหลมสิงห์ ที่สะดวกมี 2 เส้นทาง คือใช้ถนนเส้นสุขุมวิท หรือถนนเฉลิมบูรพาชลทิต สามารถใช้เส้นทางสายในตัดตรง จากตัวเมืองถึงแหลมสิงห์ก็ได้ แต่เส้นทางอาจสับสน และไม่มีป้ายบอกทาง

จากถนนเฉลิมบูรพาชลทิต
(แนะนำเส้นทางนี้ เพราะจะมีจุดแวะชมที่เที่ยวหลายแห่ง)

1หากใช้เส้นทางเลียบทะเล ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต จากวงเวียนพยูนเล่นน้ำ ให้เลี้ยวมาทางหาดเจ้าหลาว
 
2จากนั้นให้ตรงไปตามเส้นทางหลักเรื่อยๆ จะข้ามสะพานเฉลิมพระเกียรติไป
3จากนั้นตรงต่อไปเรื่อยๆ จนถึงสามแยกปากน้ำจันทบุรี (แยกซ้ายไปสะพานตากสินมหาราช) แยกนี้ให้ตรงไป
 
4ตรงจากแยกมาไม่ไกลมาก (ประมาณ 1 กิโลเมตร) จะเห็นป้ายบอกทางเลี้ยวซ้าย ให้เลี้ยวซ้ายไป
 
5พอเลี้ยวมาแล้ว ตรงไปหน่อยจะเจอจุดจอดรถ (เล็ก ๆ) เพื่อขึ้นป้อมไพรีพินาศ จะต้องเดินขึ้นไปยังป้อมอีกประมาณ 100 เมตร

 

จากถนนสุขุมวิท

1ใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) ไปทางจังหวัดตราด
2ตรงตามเส้นสุขุมวิท จนกระทั่งผ่านทางเข้าน้ำตกพลิ้วไปประมาณ 500 เมตร จึงมีทางแยกขวาไปยังแหลมสิงห์
3เลี้ยวขวาไปทางแหลมสิงห์ (เส้น 3149) แล้วตรงไปเรื่อยๆ ประมาณ 15 กิโลเมตร จะเห็นป้ายบอกทางเลี้ยวขวาไป อ.ท่าใหม่ แหลมเสด็จ ให้เลี้ยวขวา (ตรงสามแยกวัดปากน้ำ)
4เลี้ยวแล้วตรงไปหน่อย ให้เลี้ยวซ้ายตามป้ายถนนเฉลิมบูรพาชลทิต เพื่อข้ามสะพานตากสินมหาราช
5เมื่อลงจากสะพาน เลี้ยวซ้ายตรงเชิงสะพาน (มีป้ายบอกทางไปป้อมไพรีพินาศ)
6เลี้ยวแล้วตรงไปอีกประมาณ 600 เมตร จะเห็นป้ายบอกทางเลี้ยวซ้ายอีกครั้ง จากนั้นตรงไปจนสุดทาง และจะต้องเดินขึ้นไปยังป้อมอีกประมาณ 100 เมตร

 

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
ที่ว่าการอำเภอแหลมสิงห์
ที่อยู่ ตำบลบางกะไชย อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี 22120
ติดต่อ 039-399-245

ป้อมไพรีพินาศ และที่ท่องเที่ยวบริเวณเขาแหลมสิงห์
ไม่เก็บค่าธรรมเนียมการเข้าชมสถานที่

 

ข้อมูลจากแหล่งอื่น และ รีวิว :1
Image
Gallery

แผนที่

แสดงร้านอาหารใกล้เคียง
สถานที่เที่ยวใกล้เคียง
ห่างออกไป ประมาณ: 0.7 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
อ่าวกระทิง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในเขตเขาแหลมสิงห์ ที่อาจไม่ค่อยมีคนรู้จัก เป็นหาดที่มีความสวยงาม น้ำใส เงียบสงบ เป็นส่วนตัว เหมาะกับการแวะชมวิว นักเล่นพักผ่อนริมทะเล ชมพระอาทิตย์ตก
ห่างออกไป ประมาณ: 0.7 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ตึกแดง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ครั้งที่ฝรั่งเศสเข้ามาอยู่ในจังหวัดจันทบุรี ขณะที่ไทยเกิดกรณีพิพาทกับฝรั่งเศส ในเหตุกรณีพิพาท เมื่อ 120 กว่าปีก่อน ตึกแดง ตั้งอยู่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เกือบสุดทางที่ท่าเรือปากน้ำแหลมสิงห์
ห่างออกไป ประมาณ: 0.8 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
สะพานตากสินมหาราช (สะพานแหลมสิงห์) เป็นสะพานที่ยาวที่สุดในภาคตะวันออก และเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม บนสะพานมีวิวทิวทัศน์สวยงามของปากแม่น้ำจันทบุรี มีความยาวประมาณ 1,060 เมตร คนมักจะมาแวะชมวิว แวะถ่ายรูปปากแม่น้ำ
ห่างออกไป ประมาณ: 0.8 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
หาดแหลมสิงห์ เป็นอีกหาดที่ได้รับความนิยม เป็นสถานที่มีผู้คนมาพักผ่อน นั่งเล่น กินลม ชมทะเลกัน หน้าหาดที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน จะนั่งรับประทานอาหาร นอนเล่นเตียงผ้าใบ ซื้อของฝาก หรือต้องการที่พัก ก็มีให้เลือกมากมาย และยังเป็นหาดที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง เช่นคุกขี้ไก่ ตึกแดง เขาแหลมสิงห์ และโอเอซิส ซี เวิลด์
ห่างออกไป ประมาณ: 1 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
คุกขี้ไก่ เป็นหลักฐานยืนยันเหตุการณ์ในยุคการล่าอาณานิคม ที่เสมือนเป็นภาพเล่าเรื่อง ให้ชาวไทยได้เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองจันทบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากการแสวงหาอาณานิคมของชาติตะวันตก คุกขี้ไก่ ตั้งอยู่ในอำเภอแหลมสิงห์ ใกล้กับตึกแดง และชายหาดแหลมสิงห์ อยู่เกือบสุดถึงท่าเรือแหลมสิงห์
ห่างออกไป ประมาณ: 1.5 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
อ่าวยางเป็นอ่าวเล็กๆ ที่อยู่ใกล้กับอ่าวกระทิง มีบรรยากาศสงบเงียบ มีร้านอาหารริมทะเล และมีที่พัก เหมาะกับการแวะเที่ยวชมวิว แวะรับประทานอาหารริมทะเล อ่าวยาง ตั้งอยู่ตำบลบางกระไชย อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี
ห่างออกไป ประมาณ: 2.3 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
โอเอซิส ซี เวิลด์ เป็นสถานที่แสดงโชว์โลมาที่มีชื่อเสียง เป็นที่เที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่ง ที่จะได้เห็นความน่ารัก แสนรู้ของโลมาที่ได้รับการฝึกจากฝีมือครูฝึกไทยล้วนๆ มีรอบแสดงแทบตลอดทั้งวัน เหมาะสำหรับครอบครัวที่พาบุตรหลาน มาหาความสนุกสนานเพลิดเพลินกับการชมความฉลาดของโลมา หรือใครอยากสัมผัสกับโลมาอย่างใกล้ชิด ก็มีบัตรพิเศษที่ให้ได้ลองฝึก และลงเล่นน้ำกับโลมาได้ด้วย
ห่างออกไป ประมาณ: 6.4 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
อู่ต่อเรือพระเจ้าตาก เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญในอดีต ที่ยังคงปรากฏหลักฐาน และร่องรอยที่ช่วยสานต่อเรื่องราวทางประวัติศาสตร์สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน เป็นแหล่งความรู้สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาด้านประวัติศาสตร์ และโบราณคดี
ร้านอาหารใกล้เคียง
ห่างออกไป ประมาณ: 0.3 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ครัวเสม็ดแดง เป็นร้านอาหารในแถบแหลมสิงห์ จันทบุรี ใกล้กับป้อมไพรีพินาศ เป็นร้านที่รู้จักดีทั้งคนพื้นที่และคนต่างถิ่น มีชื่อเสียงในเรื่องอาหารทะเลสด รสชาติอร่อย ราคาไม่แพง เป็นร้านที่ได้บรรยากาศริมทะเล ชมวิวหาดเสม็ดแดง เห็นสะพานตากสินมหาราช
ห่างออกไป ประมาณ: 0.9 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ร้านแม่สมจิตร เป็นหนึ่งในร้านที่เรียงรายอยู่ริมชายหาดแหลมสิงห์ เป็นร้านที่ได้บรรยากาศริมทะเล มีให้เลือกนั่งในตัวร้านที่มองเห็นทะเลแบบไม่ไกลนัก และโซนเก้าอี้ผ้าใบริมชายหาด ได้บรรยากาศติดริมทะเล ร่มรื่นใต้ทิวสน
ห่างออกไป ประมาณ: 1.3 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ร้านครัวลุงเต้น เป็นร้านดังอันดับต้นๆ ในบริเวณใกล้หาดแหลมสิงห์ มีชื่อเสียงตั้งแต่สมัยที่เป็นร้านเล็กๆ ในตลาดแหลมสิงห์ จนกระทั่งย้ายมาที่ใหม่ ทำให้ยิ่งเป็นที่รู้จัก และมีคนตามไปกินไม่ขาดสาย ครัวลุงเต้นมีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารรสชาติอร่อย ใช้วัตถุดิบที่ได้คุณภาพ และที่สำคัญคือราคาถูก คุ้มค่าราคาและคุณภาพ ใครมาแหลมสิงห์ มักจะไม่พลาดร้านร้านนี้
ห่างออกไป ประมาณ: 1.4 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ร้านเจ๊น้อง (อ่าวยาง) เป็นร้านอาหารริมชายหาด บริเวณอ่าวยาง จ.จันทบุรี แม้ว่าบรรยากาศร้านจะดูเป็นแบบบ้านๆ แต่หลายคนที่ได้มาแล้วมักจะติดใจบอกต่อกันไป จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี รสชาติอาหารทะเลสดอร่อย ปริมาณอาหารเยอะ อาหารออกไว ไม่ต้องรอนาน ราคาถูก และได้นั่งริมชายหาด ชมบรรยากาศทะเลสวยๆ ตอนเย็นเห็นพระอาทิตย์ตก
ห่างออกไป ประมาณ: 6.3 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ร้านท่าแฉลบอาหารทะเล เป็นร้านอาหารอาหารเก่าแก่ เป็นที่รู้จักมานานในจังหวัดจันทบุรี มีชื่อเสียงโด่งดัง บรรยากาศดี อยู่ริมน้ำ มองเห็นวิวแม่น้ำจันทบุรีกว้าง และรสชาติอาหารทะเลที่สด อร่อยถูกปาก ใช้วัตถุดิบมีคุณภาพ และราคาไม่แพงมาก ร้านอยู่ห่างจากตัวเมืองจันท์ไปทางท่าแฉลบเพียง 10 กิโลเมตร เดินทางไปได้สะดวก
ห่างออกไป ประมาณ: 6.4 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ร้านสมศักดิ์ เป็นร้านอาหารทะเลที่อยู่ในแถบทางไปท่าเรือท่าแฉลบ เป็นร้านที่อาจไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่าร้านดังในแถบนั้น แต่เป็นร้านในดวงใจ และเป็นที่คุ้นเคยของคนท้องถิ่นเป็นอย่างดี ด้วยคุณภาพวัตถุดิบ รสชาติอาหารอร่อยถูกปาก ราคาถูกใจ สบายกระเป๋า
ห่างออกไป ประมาณ: 6.6 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ร้านนภา ตั้งอยู่บนถนนท่าแฉลบ อยู่เกือบสุดท่าเทียบเรือ เป็นหนึ่งในร้านเก่าแก่นานกว่า 30 ปี เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี บรรยากาศแบบเป็นกันเอง เน้นอาหารด้านซีฟู้ด ที่ได้ชื่อว่าสด อร่อย ตัวร้านหาง่าย มีที่จอดรถกว้างขวาง
ห่างออกไป ประมาณ: 7.2 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ร้านอาหารปูจ๋า เป็นร้านอาหารในแถบท่าแฉลบ เปิดมานานกว่า 40 ปี เป็นร้านขนาดใหญ่รองรับลูกค้าได้เยอะ มีชื่อเสียงด้านอาหารทะเล มีความหลากหลาย ปู กั้ง ปลา กุ้ง หอย ปลาหมึก ล้วนใช้วัตถุดิบ สดใหม่ มีคุณภาพ บวกกับฝีมือการปรุงที่ได้รสชาติพอเหมาะ ราคาไม่แพง และอยู่ไม่ไกลตัวเมืองจันท์ เดินทางได้สะดวก
ห่างออกไป ประมาณ: 9.2 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ส้มตำเจ๊เก๋อ เนินโพธิ์ เป็นร้านอาหารอีสาน อยู่ในตำบลหนองบัว ที่ค่อนข้างห่างไกลจากตัวเมืองไปสักหน่อย แต่ด้วยกิติศัพท์รสชาติความอร่อย ราคาไม่แพง ทำให้ร้านโด่งดัง เป็นที่รู้จักของบรรดาสาวกส้มตำ และอาหารรสแซบ ต่างแวะเวียนกันมาชิมอย่างไม่ขาดสาย ส้มตำเจ๊เก๋อ เนินโพธิ์ อยู่เส้นทางเดียวกับอู่ต่อเรือพระเจ้าตาก หากแวะไปแถวหนองบัว ต้องไม่พลาดร้านนี้
ห่างออกไป ประมาณ: 9.6 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ก๋วยเตี๋ยวขาหมูลุงเสียงพลิ้ว เป็นร้านเก่าแก่ในอำเภอแหลมสิงห์ เปิดมานานกว่า 40 ปี สูตรการทำก๋วยเตี๋ยวตกทอดมาหลายรุ่น เป็นร้านดังในย่านตลาดพลิ้ว เป็นที่ยอมรับกันว่ารสชาติน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวได้ความกลมกล่อม ถึงเครื่องสมุนไพร ขาหมูนุ่ม ราคาก๋วยเตี๋ยวไม่แพง
Tourism Authority of Thailand    Amazing Thailand     Pattaya Concierge     ChonHub     Kanchanaburi dot Co
Copyright © 2016 - 2020 | Ceediz.Com Contact: info@ceediz.com, info.ceediz@gmail.com