น้ำตกพลิ้ว จันทบุรี



น้ำตกพลิ้วเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดในจังหวัดจันทบุรี มีน้ำตลอดทั้งปี อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง และเป็นเส้นทางผ่านไปยังจังหวัดตราด สามารถแวะได้สะดวก เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนกับครอบครัว เล่นน้ำตกใสเย็น ชมธรรมชาติ และชื่นชมฝูงปลาพลวงที่เสมือนเป็นเจ้าบ้านคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวน้ำตก

น้ำตกพลิ้ว* อยู่ที่เดียวกันกับที่ทำการเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 15 กิโลเมตร ขับรถเส้นสุขุมวิทไปทางจังหวัดตราด เพียงไม่กี่นาทีก็ถึง ตัวน้ำตกเดินไม่ไกลจากที่ทำการอุทยานฯ

* น้ำตกพลิ้ว มีที่มาของคำว่า "พลิ้ว" คือเป็นบริเวณที่มีต้นพลิ้ว ที่เป็นเถาวัลย์ชนิดหนึ่ง มีผลเล็กขนาดเท่าลูกเกด สีเหลืองเรื่อๆ สามารถนำเปลือกมาใช้ควั่นทำเชือก เป็นไม้ที่มีมากในแถบนี้ หรืออาจจะมาจากภาษาชองของชาวพื้นเมือง ที่แปลว่า ทราย หรือหาดทราย
Click เพื่ออ่านรายละเอียดอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว


ลักษณะของน้ำตกพลิ้ว เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีความแปลกกว่าน้ำตกอื่น ตรงที่เป็นน้ำตกที่มีเพียงชั้นเดียว มีต้นน้ำมาจากธารน้ำ 2 สาย สายหนึ่งไหลมาจากต้นน้ำ ไหลลอดตามแนวซอกหิน มาบรรจบกับอีกสายหนึ่งที่เล็กกว่า แล้ว ตกจากหน้าผาสูงราว 20 เมตร กระทบยังแอ่งน้ำขนาดใหญ่ด้านล่าง ซึ่งลึกราว 2 เมตร พื้นด้านล่างเป็นหิน และทราย จึงทำให้น้ำในแอ่งใสอยู่ตลอด จากหน้าน้ำตก สายน้ำไหลต่อไปเป็นลำธารในระยะ 800 เมตร มีความลึกไม่มาก บริเวณนี้เด็กๆ สามารถลงเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย บริเวณโดยรอบน้ำตก เป็นป่าดิบชื้น มีต้นไม้มากมาย เป็นพื้นที่ที่มีความชุ่มชื้น ฝนตกชุก จึงมีน้ำตลอดทั้งปี

 

ไฮไลท์ของน้ำตกพลิ้ว คงต้องยกให้กับฝูงปลาพลวง* ที่มีมากนับร้อยตัว แหวกว่ายอยู่ในแอ่งน้ำบริเวณหน้าน้ำตก ใครที่ต้องการให้อาหารสามารถซื้อถั่วฝักยาวมาเลี้ยงปลาได้ หรือใครอยากลงไปสัมผัสกับปลาพลวงในน้ำแบบใกล้ชิด ก็สามารถทำได้

* ปลาพลวงหิน หรือปลามุง เป็นปลาน้ำจืดที่มีแหล่งอาศัยอยู่ตามลำธารแอ่งน้ำไหล และน้ำตก เป็นปลาที่จัดอยู่ในประเภทเดียวกันกับปลาตะเพียน ชอบกินพืช มีลำตัวยาวประมาณ 50-60 เซนติเมตร ลำตัวมีสีน้ำตาลปนเขียว ไปจนถึงสีน้ำตาลเข้มปนดำ


ความประทับใจของพระพุทธเจ้าหลวง
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ช่วงปี พ.ศ. 2417 - 2424 ทรงเสด็จประพาสต้นมายังจังหวัดจันทบุรีหลายครั้ง และเสด็จมายังน้ำตกพลิ้วถึง 4 ครั้ง ทรงมีความประทับใจในความสวยงามของน้ำตกพลิ้ว และเคยตรัสยกย่องว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดในบรรดาที่พระองค์ทรงเคยเสด็จมา

 

"เราได้เห็นน้ำตกอย่างนี้มาสองสามแห่ง คือที่ปีนัง เกาะช้าง และสีพยา เห็นไม่มีที่ไหนจะงามกว่าที่นี่เลย ถ้าจะให้เรานั่งดูอยู่ยังค่ำก็แทบจะได้ด้วยเย็นสบายจริง"

ถึงแม้ว่าการเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้วในสมัยก่อนใช้เวลาในการเดินทางนาน และมีความยากลำบากในการเข้าถึง การเสด็จของพระพุทธเจ้าหลวงมายังน้ำตกพลิ้ว จะต้องจอดเรือพระที่นั่งไว้ที่ท่าเรือแหลมสิงห์ แล้วล่องเรือเล็กมาตามลำน้ำจันทบุรี เข้าสู่คลองพลิ้ว คลองยายดำ จนถึงวัดท่าเรือ จากนั้นต้องทรงม้า ผ่านไร่นาบริเวณบ้านชากชะอม เข้าไปในป่า จนถึงเชิงเขาสระบาป แต่พระองค์ก็ทรงมีความประทับใจเมื่อได้เสด็จมาถึงน้ำตก และทรงบรรยายถึงความสวยงามของน้ำตกพลิ้วไว้ในบทพระราชนิพนธ์ ดังเช่น

น้ำพุดุดั้นยอด     บรรพต
กระทบเหลี่ยมศิลาลด     ล่มพื้น
ขาวดังกษิรรศ     รินร่วง โรยแฮ
พร่างพร่างละอองชื้น     เช่นน้ำสุคนธ์โปรย

 

ชลธารปานน้ำทิพย์     มาโปรย สรงฤา
เสียวแต่นามชวนโหย     ละห้อย
เรียกพลิ้วโอ๊ยอกโอย     ฉวยบิด เบียนนา
แม้ว่าบิดพลิ้วน้อย     หนึ่งแล้วจำตาย


ด้วยความประทับใจในบรรยากาศ และธรรมชาติโดยรอบของน้ำตกพลิ้ว พระองค์ทรงเสด็จมายังน้ำตกพลิ้วหลายครั้ง ครั้งหนึ่งพระองค์ทรงเสด็จมา พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี เอกอัครมเหสี ซึ่งเป็นที่มาของการสร้างอนุสรณ์แห่งความรัก ความทรงจำ อันมีต่อพระนางอันเป็นที่รักไว้ ณ น้ำตกพลิ้วแห่งนี้ด้วย

 

สิ่งที่น่าสนใจในบริเวณน้ำตกพลิ้ว

 

ศาลเจ้าพ่อเขาสระบาป
ศาลเจ้าพ่อเขาสระบาป ตั้งอยู่ตรงหน้าทางเข้าน้ำตก เป็นศาลที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ตามความเชื่อที่ว่าเป็นเขาสระบาปนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คอยปกป้องคุ้มครองชาวบ้านอยู่

เส้นทางศึกษาธรรมชาติ
เป็นเส้นทางเดินที่ทำไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมธรรมชาติ มีระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นทางเดินสำหรับเดินชมต้นไม้ แมลง นก และสัตว์ป่าที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เส้นทางเดินเป็นเส้นทางธรรมชาติ ลัดเลาะคดเเคี้ยว ผ่านต้นไม้นานาพรรณ เช่นต้นไผ่ ต้นหญ้ายักษ์ พืชสมุนไพร ต้นกระบาก ต้นไพร พูพอนรากไม้ จุดเริ่มต้นเส้นทาง อยู่ตรงข้ามที่ทำการอุทยานแห่งชาติ แล้ววนไปสิ้นสุดบริเวณด้านหน้าอลงกรณ์เจดีย์

 

สัตว์ป่าตามธรรมชาติในบริเวณน้ำตกพลิ้ว นอกจากปลาพลวงแล้ว อาจจะได้เห็นสัตวเลื้อยคลานชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า ตัวลั้ง หรือตะกอง หรือกิ้งก่ายักษ์​ ซึ่งเป็นกิ้งก่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีลักษณะคล้ายอีกัวน่า เมื่อโตเต็มที่มีความยาวประมาณ 90 - 120 เซนติเมตร ปกติจะมีสีเขียวเข้ม สามารถเปลี่ยนสีให้อ่อนหรือแกขึ้นได้ตามสภาพแวดล้อม ตะกองมีอยู่ทั่วไปตามป่าดิบที่อุดมสมบูรณ์ ชอบอยู่ใกล้แหล่งน้ำ มักจะเห็นเกาะนิ่งอยู่ตามกิ่งไม้ หรือโขดหิน เมื่อตกใจจะกระโดดลงน้ำ สามารถดำน้ำจับปลาได้ด้วย

ตัวอย่างเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทาง Pantip.com


สถูปพระนางเรือล่ม
สถูปพระนางเรือล่ม ตั้งอยู่ก่อนถึงตัวน้ำตกพลิ้ว ห่างจากทางเข้าน้ำตกประมาณ 20 เมตร มีลักษณะเป็นรูปทรงปิรามิด ฐานสี่เหลี่ยม ก่อด้วยแผ่นอิฐสูงขึ้นไปเป็นยอดทรงพีระมิด ภายในบรรจุบางส่วนของพระอังคารของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ปิรามิดนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2424 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรัก ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงมีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี (หรือพระนางเรือล่ม)* ครั้งสมัยเคยเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้วด้วยกัน

 

* "พระนางเรือล่ม" หรือ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี เป็นอัครมเหสีพระองค์แรกของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เสด็จทิวงคตเมื่อปี พ.ศ. 2423 ด้วยอุบัติเหตุเรือพระประเทียบล่ม ระหว่างการตามเสด็จฯ พระบรมราชสวามีแปรพระราชฐานไปประทับยังพระราชวังบางปะอิน เป็นเหตุให้ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงกรรณาภรณ์เพชรรัตน์ โสภางคทัศนิยลักษณ์ อัครวรราชกุมารี พระราชธิดา และพระราชบุตรในพระครรภ์ทรงสิ้นพระชนม์ ณ ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
(ข้อมูล : วิกิพีเดีย)

ลักษณะสถาปัตยกรรมของสถูปพระนางเรือล่มนั้นแปลกตากว่าที่ไหนๆ ในเมืองไทย เนื่องจากรูปทรงเป็นพีระมิด ซึ่งก็มาจากพระราชดำริของรัชกาลที่ 5 ที่ว่า "ทำเป็นรูปอื่นอาจไม่คงทนถาวร เพราะตั้งอยู่กลางป่าเขาลำเนาไพร อันไม่มีผู้ดูแล ฉะนั้น เมื่อปิรามิดของอียิปต์ยืนยงคงทนอยู่ได้ฉันใด ปิรามิดน้อยนี้ก็จะยืนยงคงทนอยู่เช่นกัน ณ ท่ามกลางป่าเขาและเสียงไหลรินของธารพลิ้ว"

นอกจากนี้บริเวณปิรามิดยังมีคำสลักที่อยู่มานานกว่า 100 ปี เป็นคำที่แสดงถึงความรักและอาลัย ที่พระพุทธเจ้าหลวงมีต่อพระมเหสี ที่หลายคนเห็นแล้วอาจจะน้ำตาซึม

"ที่ระลึกถึงความรัก แห่ง สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวีอรรคมเหสี ซึ่งเสด็จทิวงคตแล้ว ด้วยเธอได้มาถึงที่นี่ เมื่อจุลศักราช 1236 โดยความยินดีชอบใจ อนุสาวรีย์นี้ สร้างขึ้นโดยจุฬาลงกรณ์บรมราช ผู้เป็นพระสวามี อันมีความทุกข์ เพราะเธอเป็นอย่างยิ่ง ในจุลศักราช 1243"


พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์
พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ตั้งอยู่ระหว่างอลงกรณ์เจดีย์ กับสถูปพระนางเรือล่ม สร้างขึ้นโดยความร่วมมือของชาวเมืองจันทบุรี เมื่อปี 2549 หลังจากนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ได้เสด็จมาประกอบพิธีเปิดในวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2551

 

รูปปั้นสมเด็จฯ​ เป็นรูปหล่อด้วยโลหะ ในท่านั่งประทับบนก้อนหิน ที่ปูด้วยอาสนะ ทรงแต่งกายด้วยชุดรัดกุม คลุมสไบพาดบ่า พระหัตถ์ขวาวางอยู่ข้างลำตัว พระหัตถ์ซ้ายถือพัด วางบนพระชานุ(เข่า) หันทอดพระเนตรไปยังบริเวณน้ำตกพลิ้ว


อลงกรณ์เจดีย์
อลงกรณ์เจดีย์ เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึก ถึงการเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้วของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เมื่อปี พ.ศ.2417 พระองค์ทรงโปรดความสวยงามของน้ำตกพลิ้วมาก ได้เสด็จมากหลายครั้ง และโปรดเกล้าฯ ให้พระยาจันทบุรีสร้างอลงกรณ์เจดีย์ไว้เป็นที่ระลึกในปี พ.ศ.2419

 

อลงกรณ์เจดีย์ อยู่ห่างจากสถูปพระนางเรือล่มไปประมาณ 30 เมตร เป็นเจดีย์ขนาดย่อม มีลักษณะทรงกลมแบบทรงลังกา สร้างด้วยศิลาแลง ตั้งอยู่บนฐานสูง ตัวเจดีย์ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วเป็นรูปเหลี่ยม 4 ด้าน แต่ละด้านมีบันได 5 ขั้น เป็นทางขึ้นสู่ตัวเจดีย์ หากใครไปเที่ยวช่วงหลังฝน อาจได้เห็นเจดีย์ถูกปกคลุมด้วยมอส และเฟิร์นเขียวครึ้มทั้งเจดีย์ สวยงามมาก นอกจากนี้บริเวณอลงกรณ์เจดีย์ ยังเป็นวิวมุมสูง ที่สามารถเห็นวิวน้ำตกพลิ้วได้ทั้งหมด เหมาะกับการถ่ายรูป


สิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณน้ำตกพลิ้ว
ภายในอุทยานฯ​ มีร้านค้าสวัสดิการอาหาร ห้องน้ำ สุขา บ้านพัก ลานกางเต็นท์ ส่วนบริเวณก่อนเข้าเขตอุทยานฯ มีร้านค้าเอกชนขายสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม มากมาย บางร้านมีให้เช่ากระติกน้ำแข็ง เสื่อ เข้าไปในอุทยานฯ และมีร้านที่ให้บริการจอดรถ (แต่อาจต้องซื้ออาหารจากร้านนั้น)
ข้อแนะนำ
- น้ำตกพลิ้ว เปิดทำการตั้งแต่ 6.00 - 17.00 น.
- บริเวณน้ำตกมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอด
- น้ำตกพลิ้ว เปิดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวได้ตลอดปี ปริมาณน้ำในแต่ละฤดูมีไม่เท่ากัน ช่วงหน้าร้อนก็ยังมีน้ำให้เล่นได้ หากใครชอบเล่นน้ำตกแบบชุ่มฉ่ำชื่นใจ น้ำเยอะ ไหลแรง ควรมาเที่ยวช่วงต้นฝน หรือปลายฝนต้นหนาว (ประมาณเดือนตุลาคม - มกราคม)
- ในช่วงหน้าร้อน ช่วงปิดเทอม และวันหยุด จะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก ใครอยากได้บรรยากาศแบบคนไม่พลุกพล่านมาก ควรหาเวลามาในช่วงวันธรรมดา หรือไม่ใช่ช่วงเทศกาล
- บริเวณแอ่งน้ำตก มีเชือกผูกกั้นส่วนที่เป็นน้ำลึกไว้ (ลึกประมาณ 2-3 เมตร หรืออาจถึง 5 เมตรในช่วงหน้าฝน) ไม่ควรให้เด็กเล่นในบริเวณนั้นโดยลำพัง หากเล่นน้ำบริเวณน้ำลึกควรใช้ความระมัดระวัง
- ไม่ควรกระโดดน้ำ ผลัก หรือแกล้งกันขณะเล่นน้ำตก เพราะอาจเกิดอันตรายได้
- ช่วงหน้าฝนควรระวังลื่น และอาจมีทากให้เห็นบ้างในบริเวณทางเดินศึกษาธรรมชาติ
- บริเวณตัวน้ำตกพลิ้ว จะมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ คอยดูแลความปลอดภัย และให้ความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยวตลอด นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามคำเตือนของเจ้าหน้าที่
- ขณะเล่นน้ำ หากเห็นน้ำขุ่น เริ่มเป็นสีแดง หรือเมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งให้นักท่องเที่ยวขึ้นจากน้ำ ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะการที่น้ำเปลี่ยนสี อาจเป็นสัญญานการเกิดน้ำป่าไหลหลากได้
- ไม่ควรแสดงความไม่เคารพ ปีนป่าย แต่งกายไม่สุภาพ ขณะชม หรือถ่ายรูปบริเวณอลงกรณ์เจดีย์ สถูปพระนางเรือล่ม และพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์
- ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในเขตอุทยานฯ
- ไม่อนุญาตให้นำกล่องโฟมเข้าไปในเขตอุทยานฯ​
- ไม่อนุญาตให้นำอาหารขึ้นไปกินยังตัวน้ำตก (ก่อนถึงตัวน้ำตกมีศาลาสำหรับรับประทานอาหาร และจุดรับฝากของกินไว้กับเจ้าหน้าที่)
- ไม่ทิ้งเศษแก้ว ขวดน้ำ และขยะอื่นๆ ไว้บริเวณน้ำตก
- ห้ามสูบบุหรี่ บริเวณน้ำตก
- ห้ามจับสัตว์น้ำ
- ในบริเวณอุทยานฯ​ มีบริการร้านอาหาร เครื่องดื่ม ห้องน้ำ และสุขา
- ที่จอดรถในเขตอุทยานฯ​ ค่อนข้างมีจำกัด และจัดไว้สำหรับผู้ที่เข้าพักบ้านพัก หรือกางเต็นท์ในอุทยานฯ​ เท่านั้น สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป สามารถจอดรถไว้ด้านนอกเขตอุทยานฯ เป็นลานกว้าง จอดรถได้เยอะ รถบัสจอดได้ ซึ่งเป็นลานจอดของเทศบาล และเอกชน ซึ่งจะต้องเสียค่าบริการรับฝากรถ (20 บาท/คัน ไม่จำกัดเวลา) หรือหากขับเลยขึ้นมาจอดบริเวณร้านค้าเอกชน ร้านค้าอาจให้จอดรถได้ฟรี แต่ต้องซื้อของจากร้านนั้นๆ
- ภายในเขตอุทยานฯ มีรถกอล์ฟจัดส่งจากหน้าอุทยานฯ ไปจนถึงบริเวณทางขึ้นน้ำตก (10 บาท/คน/เที่ยว)

 

บ้านพักอุทยานฯ
ทางอุทยานฯ มีบ้านพักเดี่ยว (จำนวน 2 หลัง) ค่ายพักเยาวชน และลานกางเต็นท์ (ทางอุทยานฯ มีเต็นท์ให้เช่า)

- บ้านพักเดี่ยว* 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พักได้ 6 คน/หลัง ราคา 1,800 บาท/คืน
- ค่ายเยาวชน**(แฝด) 1 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ พักได้ 15 คน/หลัง ราคา 1,500 บาท/คืน
- ค่ายเยาวชน***(แยกชาย-หญิง) 2 ห้องนอน 8 ห้องน้ำ พักได้ 30 คน/หลัง ราคา 3,000 บาท/คืน
- เต็นท์สำหรับเช่าพักแรม พักได้ 2 คน ราคา 270 บาท/คืน
- หากนำเต็นท์มาเอง ค่าธรรมเนียม 30 บาท/คน/คืน
(อนุญาตให้พักแรมได้ในบริเวณที่จัดไว้โดยจะต้องติดต่อขออนุญาติกับเจ้าหน้าที่ก่อน)

* บ้านพักเดี่ยว อยู่ใกล้น้ำตกพลิ้ว มีสิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่ เตียง เครื่องนอน พัดลม เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น โต๊ะอาหาร โต๊ะเครื่องแป้ง กระติกน้ำร้อน ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ น้ำดื่ม

 

** ค่ายเยาวชน(แฝด) อยู่บริเวณจุดชมวิว ใกล้น้ำตกพลิ้ว

***ค่ายเยาวชน(แยกชาย-หญิง) อยู่บริเวณใกล้ "น้ำตกตรอกนอง" (ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ​ น้ำตกพลิ้วไป 23 กิโลเมตร)


ภายในค่ายเยาวชน ทั้ง 2 แห่ง มีสิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่ เตียงยกพื้น เครื่องนอน ผ้าห่ม พัดลม โต๊ะอาหาร ห้องน้ำ-สุขารวม

 

ข้อแนะนำสำหรับการเข้าพักบ้านพักอุทยานฯ
- สามารถนำรถเข้าไปจอดในเขตอุทยานฯ ใกล้กับที่พัก หรือที่กางเต็นท์ได้
- บ้านพักอุทยานฯ ไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้รถเข็นหรือผู้ที่มีปัญหาเรื่องการเดิน
- ห้ามประกอบอาหารในบ้านพัก

การเดินทาง
ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 14 กิโลเมตร
ห่างจากน้ำตกคลองนารายณ์ 12 กิโลเมตร
ห่างจากหาดแหลมสิงห์ 19 กิโลเมตร (คุกขึ้ไก่ ตึกแดง โอเอซิส ซี เวิลด์)
ห่่างจากน้ำตกตรอกนอง 24 กิโลเมตร
ห่างจากน้ำตกมะกอก 36 กิโลเมตร
ห่างจากตัวเมืองตราด 55 กิโลเมตร

 

จากถนนสุขุมวิท

1จากแกลง จ.ระยอง ใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3)ตรงไปเรื่อย ๆ พอถึงสามแยกปากแซง ให้เลี้ยวขวาไปทางจังหวัดตราด หรืออำเภอขลุง
 
2จากนั้นตรงไปตามเส้นทาง ประมาณ 15 กิโลเมตร จะเจอแยกทางเข้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว (ก่อนหน้าทางแยกนิดนึง จะเจอวัดมังกรบุปผารามก่อน)
 
3เมื่อเลี้ยวซ้ายมาแล้ว ให้ตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร ถนนไปสุดทางที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว
* ก่อนถึงจุดเสียค่าธรรมเนียมอุทยานฯ​ เล็กน้อย จะมีลานจอดรถ ด้านซ้ายมือ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
สำนักงานอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว
เวลาทำการ
8.00-16.30 น.
ที่อยู่ 41 หมู่ 12 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี 22190
ติดต่อ 039-434-528

หรือ
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ
เวลาทำการ
วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-18.00 น.
วันเสาร์ เวลา 9.00-15.30 น.
ติดต่อ 02-562-0760
เว็บไซต์ http://www.dnp.go.th

ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ​
คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท (อายุ 15 ปีขี้นไป)
** เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี พระภิกษุ สามเณร และผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป ไม่เสียค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมนำพาหนะเข้าอุทยานฯ
รถจักรยาน คันละ 10 บาท
รถมอเตอร์ไซค์ คันละ 20 บาท
รถยนต์ 4 ล้อ คันละ 30 บาท
รถยนต์ 6 ล้อ คันละ 100 บาท
รถยนต์ไม่เกิน 10 ล้อ คันละ 200 บาท

 

ข้อมูลจากแหล่งอื่น และ รีวิว Pantip :12345
Image
Gallery

แผนที่

แสดงร้านอาหารใกล้เคียง
สถานที่เที่ยวใกล้เคียง
ห่างออกไป ประมาณ: 2 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
วัดมังกรบุปผาราม (เล่งฮั่วยี่) เป็นวัดจีนขนาดใหญ่ในจังหวัดจันทบุรี เป็นที่เคารพศรัทธาของนักแสวงบุญ พุทธศาสนิกชน ชาวไทยเชื้อสายจีน และถือเป็นตำแหน่งของหางมังกร ที่สืบเนื่องจากวัดมังกรกมลาวาส (หัวมังกร) และวัดจีนประชาสโมสร (ท้องมังกร) จึงมีผู้คนนิยมแวะมากราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ขอพรให้เกิดโชคลาภ สะเดาะเคราะห์ เสริมดวงชะตา แก้ปีชง
ห่างออกไป ประมาณ: 2.7 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
พุทธอุทยานวัดชากใหญ่ เป็นวัดที่มีความสงบ ร่มรื่น มีสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ด้านพุทธประวัติมากมาย เป็นแหล่งเรียนรู้แนวพุทธประวัติแบบ 3 มิติ เป็นการเดินชมเพื่อเพิ่มความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวแต่ละปางของพระพุทธเจ้า เหมาะกับการพาครอบครัวแวะเที่ยวชม แวะได้ง่าย อยู่ไม่ห่างจากถนนสุขุมวิท และอยู่บนถนนสายหลักที่ตรงไปยังชายหาดแหลมสิงห์
ห่างออกไป ประมาณ: 5.9 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
จุดชมวิวเนินนางพญา เป็นจุดชมวิวที่มีคนพูดถึงมากที่สุด ถือเป็นหนึ่งใน เส้นทางชวนฝัน (Dream Destination) บนถนนเฉลิมบูรพาชลทิต จุดที่สวยที่สุดในภาคตะวันออก ได้เห็นวิวชายฝั่งทะเลแบบกว้างๆ และถนนโค้งสวยๆ ริมชายฝั่งทะเล ราวกับวิวต่างประเทศ โดยจุดชมวิวเนินนางพญานั้น ตั้งอยู่บนถนนเฉลิมบูรพาชลทิต แถวบริเวณหาดคุ้งวิมาน จันทบุรี
ห่างออกไป ประมาณ: 6.2 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
น้ำตกตรอกนอง เป็นสถานที่เที่ยวเชิงธรรมชาติ โดยรอบเป็นป่าที่มีความสวยงาม เขียวชะอุ่มมีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก เหมาะกับครอบครัว และกลุ่มเพื่อนที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจ เล่นน้ำตก
ห่างออกไป ประมาณ: 7.5 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
จุดชมวิวเนินนางพญา เป็นจุดชมวิวที่มีคนพูดถึงมากที่สุด ถือเป็นหนึ่งใน เส้นทางชวนฝัน (Dream Destination) บนถนนเฉลิมบูรพาชลทิต จุดที่สวยที่สุดในภาคตะวันออก ได้เห็นวิวชายฝั่งทะเลแบบกว้างๆ และถนนโค้งสวยๆ ริมชายฝั่งทะเล ราวกับวิวต่างประเทศ โดยจุดชมวิวเนินนางพญานั้น ตั้งอยู่บนถนนเฉลิมบูรพาชลทิต แถวบริเวณหาดคุ้งวิมาน จันทบุรี
ห่างออกไป ประมาณ: 7.8 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
จุดชมวิวเนินนางพญา เป็นจุดชมวิวที่มีคนพูดถึงมากที่สุด ถือเป็นหนึ่งใน เส้นทางชวนฝัน (Dream Destination) บนถนนเฉลิมบูรพาชลทิต จุดที่สวยที่สุดในภาคตะวันออก ได้เห็นวิวชายฝั่งทะเลแบบกว้างๆ และถนนโค้งสวยๆ ริมชายฝั่งทะเล ราวกับวิวต่างประเทศ โดยจุดชมวิวเนินนางพญานั้น ตั้งอยู่บนถนนเฉลิมบูรพาชลทิต แถวบริเวณหาดคุ้งวิมาน จันทบุรี
ร้านอาหารใกล้เคียง
ห่างออกไป ประมาณ: 2.1 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ร้านหอยทอดนายเล็ก เป็นร้านหอยทอดที่อยู่ใกล้ทางเข้าน้ำตกพลิ้ว เป็นร้านที่มีชื่อเสียง มีความพิเศษกว่าร้านหอยทอดธรรมดาทั่วไป ตรงที่เพิ่มซีฟู้ดอื่นๆ เข้าไปในหอยทอดอีกมากมาย จนกลายเป็นหอยทอดจานยักษ์ เสริฟกันมาราวกับพิซซ่าจัมโบ้ แถมในจานยังเต็มไปด้วยความอลังการของบรรดาอาหารทะเลที่ยกกันมามากมาย
ห่างออกไป ประมาณ: 5.1 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ก๋วยเตี๋ยวขาหมูลุงเสียงพลิ้ว เป็นร้านเก่าแก่ในอำเภอแหลมสิงห์ เปิดมานานกว่า 40 ปี สูตรการทำก๋วยเตี๋ยวตกทอดมาหลายรุ่น เป็นร้านดังในย่านตลาดพลิ้ว เป็นที่ยอมรับกันว่ารสชาติน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวได้ความกลมกล่อม ถึงเครื่องสมุนไพร ขาหมูนุ่ม ราคาก๋วยเตี๋ยวไม่แพง
ห่างออกไป ประมาณ: 6.1 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ส้มตำเจ๊เก๋อ เนินโพธิ์ เป็นร้านอาหารอีสาน อยู่ในตำบลหนองบัว ที่ค่อนข้างห่างไกลจากตัวเมืองไปสักหน่อย แต่ด้วยกิติศัพท์รสชาติความอร่อย ราคาไม่แพง ทำให้ร้านโด่งดัง เป็นที่รู้จักของบรรดาสาวกส้มตำ และอาหารรสแซบ ต่างแวะเวียนกันมาชิมอย่างไม่ขาดสาย ส้มตำเจ๊เก๋อ เนินโพธิ์ อยู่เส้นทางเดียวกับอู่ต่อเรือพระเจ้าตาก หากแวะไปแถวหนองบัว ต้องไม่พลาดร้านนี้
ห่างออกไป ประมาณ: 8.5 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ร้านศรโภชนา ร้านอาหารในอำเภอขลุง เป็นอีกร้านนึงที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสด ร้านนี้เป็นที่รู้จักกันดีของคนในพื้นที่ คนท้องถิ่นมักจะแนะนำบอกต่อ อยู่ริมถนนสุขุมวิท หาง่าย ไม่เน้นบรรยากาศ แต่เน้นที่รสชาติอาหารอร่อยถูกปาก ได้ฝีมือเชฟเก่าแก่จากร้านดัง ที่สำคัญราคาไม่แพงมากนัก
ห่างออกไป ประมาณ: 10 กิโลเมตร
* วัดจากเส้นตรง ไม่ใช่เส้นถนน
ครัวตะลุมบอล ร้านอาหารสไตล์ผับกึ่งเรสทัวรองท์ อยู่ห่างจากตัวเมืองไปหน่อย เป็นร้านที่ตั้งอยู่ในบริเวณสนามบอล บรรยากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับการนัดพบ สังสรรค์ แบบสบายๆ หรือมาเป็นแบบครอบครัวก็มีสนามเด็กเล่นในร่ม อาหารรสชาติดี ราคาไม่แพงมาก
Tourism Authority of Thailand    Amazing Thailand     Pattaya Concierge     ChonHub     Kanchanaburi dot Co
Copyright © 2016 - 2019 | Ceediz.Com Contact: info@ceediz.com, info.ceediz@gmail.com